ฤดูที่ฉันเหงา หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย

ฤดูที่ฉันเหงา  หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย
ฤดูที่ฉันเหงา  หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย

ฤดูที่ฉันเหงา หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย

ฤดูที่ฉันเหงา หนังเหงาๆ อารมณ์ล่องลอย การกลับมาครั้งที่สองของ แดน วรเวช ดานุวงศ์ กับผลงานที่ยังเกี่ยวข้องกับความรัก ซึ่งครั้งนี้นำฝนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็ดูเป็นวิธีการที่เข้าท่า

ที่พยายามหาความแตกต่างมานำเสนอให้แตกต่างจากหนังรักที่ออกมาให้เราได้ดูกัน เกือบตลอดทั้งปี และยังถือเป็นผลงานที่แดนพยายามจะใส่ สไตล์ของตัวเองลงไป แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความเกินพอดีจนทำให้เกือบทั้งเรื่องเต็มไปด้วยเรื่อง ราวที่ไม่มีความเป็นธรรมชาติอยู่เลย ทั้งที่หนังรักเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ฝน สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติแท้ๆ

ฤดูที่ฉันเหงา คือ ชื่อของภาพยนตร์ที่ได้มาจากเพลงชื่อเดียวกันที่เคยโด่งดังมากๆ เมื่อหลายปีก่อนของ วงฟลัวร์ (Flure) ซึ่งหนังใช้ ?ฝน? และฤดูฝนที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดเดาได้ มาใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับ ?ความรัก? ซึ่งลักษณะหนึ่งของความรักก็คือความไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดเดาได้เช่น เดียวกัน ทั้งยังสอดแทรกประเด็นเรื่องความเหงาเข้ามาอีกด้วย

ฤดูที่ฉันเหงา เป็นเรื่องราวของรักของ คุง (แจ็ค เฉลิมพล ทีฆัมพรธีรวงศ์) ที่แอบหลงรัก นารา (นารา เทพนุภา) เพื่อนสาวโรงเรียนเดียวกัน ในขณะที่นารากลับชอบเดซี่ (โทนี่ รากแก่น) เจ้าของร้านตัดผมหนุ่มหล่อที่บ้านอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ว่าเดซี่กลับมีความรู้สึกดีๆ ให้กับ แจน (แป้งโกะ จินตนัดดา ลัมะกานนท์) สาวลึกลับที่เข้ามาใช้บริการในวันที่ฝนตก! คุงซึ่งก็ยังคงพยายามที่จะเอาชนะใจนาราโดยพยายามใกล้ชิดทุกทาง ก็ได้พบกับนักดนตรีอิสระ (แดน วรเวช ดานุวงศ์) ที่อยู่บ้านตรงข้ามกับนารา ซึ่งเป็นชายขี้เหงาที่มักเล่นดนตรียามฝนตกเพื่อรอพบใครบางคน ที่คอยให้กำลังใจให้คุงไม่ท้อแท้ไปเสียก่อน ซึ่งสุดท้ายบทสรุปของความรักของทุกคนล้วนมีฤดูฝนมาเกี่ยวข้อง

หนังแบ่งเล่าเรื่องราว 3 ส่วน เรื่องแรกคือ เรื่องของเดซี่ช่างตัดผมและแจนลูกค้าสาว เรื่องที่สองคือศิลปินอิสระที่ทำเพลงขายเพลง โดยมีส่วนทุดท้าย คือการตามตื้อเพื่อให้ได้รักมาของคุงที่มีต่อนาราเป็นตัวเชื่อมเรื่องราว ทั้งสามเข้าด้วยกัน

ซึ่งหนังก็ไม่ได้แตกต่างจากการเล่าเรื่องราวความรักหลากรูปแบบในหนัง เรื่องเดียว แบบหนังรักของไทยหลายเรื่องก่อนหน้านี้ที่เคยออกมา เพียงแต่ว่าเรื่องราวความรักของตัวละครใน ฤดูที่ฉันเหงา ไม่ได้มีพลังดึงดูดให้เราตั้งใจติดตามเรื่องราวมากนัก รวมไปถึงการละเลยที่จะเผยจุดหมายสุดท้ายที่หนังต้องการมุ่งไปและให้ผู้ชมได้ รับคุณค่าอะไรบางอย่างในแบบที่ควรจะเป็น จนทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้เปียกปอนกลางสายฝนก็มิปาน!

นอกจากนี้หนังยังเต็มไปด้วยตัวละคร ที่กิจกรรมยามว่างคือการนั่งตามอ่านเพจคำคมต่างๆ ในเฟสบุ๊คแบบเข้าเส้น จนทำให้บทสนทนาการเป็นการสาดคำคมเข้าใส่กันแบบคำต่อคำเลยทีเดียว จากวิธีการที่ส่งมอบทัศนะคติบางอย่างให้ผู้ชม หรือเป็นการกระเทาะบางสิ่งที่ผู้ชมหลงลืมไปให้กลับมา กลับกลายเป็นความน่ารำคาญ เพราะขณะที่เรากำลังดื่มด่ำกับความหมายระหว่างบรรทัดของประโยคแรกยังไม่ เรียบร้อยดี ก็ถูกประโยคชุดสองแทรกเข้ามา กลายเป็นความเกินพอดีจนไม่สามารถย่อยสาระที่ควรจะได้จากประโยคเหล่านี้เท่า ที่ควร

ในส่วนของประชาสัมพันธ์ที่บอกว่า ฤดูที่ฉันเหงา มี แจ็ค เฉลิมพล เป็นพระเอก คือความน่าสนใจที่ดึงดูดพอสมควรว่าท่ามกลางนักแสดงชายหน้าตาดีอย่าง โทนี่ และตัวผู้กำกับแดน จะทำอย่างไรให้แจ็คได้โดดเด่นขึ้นมา ซึงจุดนี้ต้องพึ่งบทของตัวละครคุงที่ต้องส่งพอสมควรบวกกับการแสดงที่ดีของแจ็ค แต่เมื่อชมแล้วเราคงพูดไม่ได้เต็มปากนักว่า แจ็คคือพระเอกของเรื่องนี้้ เพราะตัวละครคุงที่แจ็ครับบทบาทนั้น เป็นบทที่เรียกได้ว่าน่ารำคาญที่สุดในเรื่องและไม่ได้โด่นเด่นอย่างเท่าที่ควร อาจเป็นไปได้ที่แจ็คตอบรับบทนี้เพราะต้องการที่จะแสวงหาบทบาทใหม่ๆ ในทางการแสดง แต่ว่า แจ็ค คือนักแสดงพิเศษที่จะแสดงได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อแสดงเป็นตัวของแจ็คเองเท่านั้น บทคุงจึงเป็นสิ่งที่ทำร้ายความเป็นแจ็คมากกว่าจะส่งเสริมตัวเค้า