รีวิวหนังไทย แฟนเดย์ ..แฟนกันแค่วันเดียว

รีวิวหนังไทย แฟนเดย์  ..แฟนกันแค่วันเดียว
รีวิวหนังไทย แฟนเดย์  ..แฟนกันแค่วันเดียว

รีวิวหนังไทย แฟนเดย์ ..แฟนกันแค่วันเดียว

รีวิวหนังไทย แฟนเดย์ ..แฟนกันแค่วันเดียว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ภาพยนตร์ไทยโรแมนติก-ดราม่า เรื่องแรกในนาม GDH โดยในตอนจบของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้สร้างความสงสัยให้ผู้ชมหลายคนค้างคาใจว่าเรื่องราวระหว่าง “เด่นชัย” กับ “คุณนุ้ย” จบลงแบบนี้จริงๆ หรือ? โดยในวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมาก็เป็นครบรอบ 3 ปี ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทาง GDH ก็ได้อัพโหลดคลิบวีดีโอตอนจบอีกแบบของเรื่อง “แฟนเดย์” ออกมาให้ผู้ชมได้ดูกัน ส่วนจะจบอย่างไรนั้นดูได้ด้านล่างนี้เลย

เขาว่ากันว่า “ความรักไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้เราทำดีแทบตาย…แต่ถ้าสุดท้าย มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่” ทว่าคำกล่าวนี้อาจใช้ไม่ได้กับภาวะที่เขาหรือเธอจดจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่า “รัก” แล้ว เวลาสั้น ๆ เพียง 1 วัน 1 ชั่วโมง หรือแม้แต่ 1 นาทีที่เขาเหลียวตามามอง “คนที่ไม่ใช่” อย่างเรา มันก็เป็นความประทับใจที่ซาบซึ้งไปถึงชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ได้อย่างสมบูรณ์

เปิดศักราชต้อนรับภาพยนตร์จากค่ายน้องใหม่ที่เปี่ยมด้วยบุคลากรฝีมือเก๋า สำหรับ GDH ที่ได้ประเดิมหนังเรื่องแรกของค่ายด้วยผลงานการกำกับของสุดยอดผู้กำกับพันล้านของประเทศไทย โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่ครั้งนี้เขากลับมาทำหนังรักในต่างแดนอีกครั้ง กับภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

เรื่องราวความรักวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อ เด่นชัย (รับบทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) พนักงานฝ่าย IT ที่สุดแสนจะปากหมาและไม่เป็นมิตรกลับใคร ดันไปตกหลุมรักมาร์เก็ตติ้งสาวสวย นุ้ย (รับบทโดย มิว นิษฐา จิรยั่งยืน) หากแต่ความรักระหว่างดอกฟ้ากับหมาวัดคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้านุ้ยไม่บังเอิญประสบอุบัติเหตุระหว่างเล่นสกีที่ฮอกไกโดจนความจำเสื่อมเป็นระยะเวลา 1 วัน ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่เด่นชัยจะสวมรอยเป็นแฟนเธอ และพาไปเที่ยวด้วยกันแบบสองต่อสองตลอดทั้งวัน ก่อนที่รุ่งสางจะเข้ามาพลัดพรากความทรงจำดี ๆ ระหว่างเขาและเธอไปตลอดกาล

เรียกได้ว่ากลับมาคราวนี้ พี่โต้งผู้กำกับคนเก่งจัดหนักจัดเต็มด้วยการตามพระเอก (และมือเขียนบท) คู่บุญอย่างเต๋อ ฉันทฯ ให้มาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง แถมพระเอกหนุ่มยังลงทุนเปลี่ยนลุคเป็นหนุ่มเนิร์ด หัวฟู ฟันเหยิน (อันหลังนี่รู้สึกเอง) ที่เข้ากับคาแรกเตอร์ฝ่าย IT ประจำออฟฟิศมาก ๆ ชนิดที่ว่าแค่ภาพเปิดตัวก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนหนังไปได้แบบถล่มทลายแล้ว

ทราบมาคร่าว ๆ ว่าบทหนังเรื่องนี้ใช้เวลาบ่มเพาะมานานเป็นปี ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์จึงถือเป็นชุดเหตุการณ์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ตัวหนังเลือกเปิดเรื่องด้วยวิธีการที่พบไม่บ่อยนัก คือจะเริ่มที่เนื้อเรื่องช่วงกลางก่อนแล้วจึงค่อยย้อนไปที่จุดเริ่มต้นเพื่อดำเนินเหตุการณ์ไปตามลำดับเวลา เด่นชัย คือตัวละครที่สะท้อนถึงชนชั้นทางสังคมที่แม้จะมีคุณานุประโยชน์ต่อองค์กรเพียงใด แต่ก็ไม่เคยได้รับการยกย่องหรือเป็นที่จดจำ ในขณะที่ นุ้ย คือดาวจรัสแสงที่หลาย ๆ คนหมายปอง ทว่าขณะเดียวกันเมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนชัง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นเพื่อน ๆ ร่วมออฟฟิศที่ปกติยิ้มตาหวานให้กัน จะแอบนำเรื่องของเธอมาเม้าท์ลับหลังอย่างเสียไม่ได้

ด้วยความที่เป็นหนังรัก การดำเนินเรื่องจึงเป็นไปตามขนบของความโรแมนติก อาจจะมีแก๊กตลกแทรกเข้ามาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะมันคือ ‘บรรจงสไตล์’ อย่างที่แฟน ๆ พี่โต้งรู้จักเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดีงามก็คือเคมีที่ไปด้วยกันอย่างได้อรรถรสของคู่พระนาง โดยเฉพาะฉากซึ้ง ๆ ในช่วงเวลาสุดท้ายของค่ำคืน แถมเพลงฝันลำเอียง ของพี่แจ้ ดนุพล ก็ถูกนำเข้ามาอยู่ในสถานการณ์ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีในความรักที่ตนเองหมายปอง (ถ้าไม่ใช้เพลงนี้ ก็คงต้องเลือกเพลงอยากหยุดเวลา ที่เป็น Ost. พี่มาก..พระโขนง มาใช้แหละ น่าจะได้ฟีลอีกแบบหนึ่ง)

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่มักจะพบในหนังค่ายนี้ก็เห็นจะเป็นแขกรับเชิญที่ชอบโผล่มาแบบที่คนดูไม่คาดคิด อย่างในเรื่องนี้ก็มี ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล ที่มารับบท ท็อป หัวหน้าที่พ่วงตำแหน่งแฟนลับ ๆ ของนุ้ย และกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่ปรากฏตัวเข้ามาในเรื่องแบบเหนือความคาดหมายและกระชากอารมณ์ได้พีคสุดจริง ๆ

ในส่วนบรรยากาศของหนังที่ใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นโลเกชั่นกว่าครึ่งเรื่อง คนดูจะได้เห็นหิมะและก็หิมะเป็นส่วนใหญ่ วิวสวย ๆ มีให้เห็นอยู่ประปรายแต่ไม่ถึงกับจุใจนัก แต่พอบวกเข้ากับปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่มีความเข้มข้นสูง เราจึงอาจมองข้ามประเด็นนี้ รวมถึงรายละเอียดที่ไม่สมเหตุสมผลบางจุดไปได้อย่างไร้ข้อกังขา