รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด
รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด เรียกได้ว่าเป็นการนำ 2 แนวภาพยนตร์ที่ M39 ถนัด อันได้แก่หนังผีและหนังตลกมาผสมผสานเป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว กับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด มหาลัยเที่ยงคืน ผลงานการกำกับของ 3 ผู้กำกับ คีต กฤษดา คณิวิชาภรณ์, หมู ปิยะบุตร อธิสุข และหนึ่ง คณิน กุลสุมิตราวงศ์

มหาลัยเที่ยงคืน เล่าถึงเรื่องราวของ สตาร์ (รับบทโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า) เซเลปสาวประจำมหาวิทยาลัยที่บังเอิญสอบตกวิชาภาษาอังกฤษในเทอมสุดท้าย ทำให้ต้องรับขอเสนอของ รอง ผ.อ. (รับบทโดย นีโน่ เมทนี บุรณศิริ) เข้าไปเรียนเสริมที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ พร้อมกับสมาชิกร่วมชั้นเรียน อ้วนพาย (รับบทโดย เบลเยี่ยม ภาวินี บูรณาชีวาวิไล) โอตาคุ (รับบทโดย โทนี่ รากแก่น) แก๊งหมู–หมึก–กุ้ง (รับบทโดย ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์, แวน (ดับเบิ้ลแท๊บ) ร.ต.อ.กรวิก จันทร์เด่น และอิคคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ) รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนลึกลับอย่าง คุณ (รับบทโดย เต้ ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์) นักศึกษาหนุ่มที่ไม่สุงสิงกับใครนอกจากสตาร์ ทุกอย่างคงจะดำเนินไปด้วยดีหากไม่มีใครอยู่ในห้องดังกล่าวเกินเที่ยงคืนจนได้พบกับกลุ่มผีที่เสียชีวิตก่อนเรียนจบ หากแต่ดวงจิตยังมีห่วงทำให้คอยวนเวียนเข้ามาในห้องเรียนแห่งนี้เสมอ

ในแง่ของพล็อตเรื่องถือว่ามีความน่าสนใจจากการนำเรื่องราวลี้ลับในมหาวิทยาลัย (ซึ่งคนส่วนใหญ่มีส่วนร่วม) มาผูกเป็นปมชวนให้คิด การดำเนินเรื่องช่วงต้นนั้นเข้าประเด็นหลักค่อนข้างเร็ว ต่างจากช่วงกลางเรื่องที่กลับมีรายละเอียดยืดเยื้อและเดาทิศทางค่อนข้างง่าย ตัวละครผีทั้งหลายแหล่มีเรื่องราวของตัวเองอย่างสมเหตุสมผล แถมภาพลักษณ์ของผีแต่ละตนก็น่ากลัวติดตาเป็นอย่างดี

ฉากโดดเด่นของเรื่อง ได้แก่ ฉากที่อ้วนพายลงบันไดมาเจอผีนอนอยู่และมีจังหวะการพลิกตัวตามการก้าวลงบันไดของเธอ แล้วไป ๆ มา ๆ เจ้าหล่อนก็ก้าวขึ้นก้าวลงกลายเป็นการเต้นรำไปแบบดื้อ ๆ ก่อนที่ส้นรองเท้าจะหักพานทำให้ลอยละลิ่วลงมา (ฉากนี้รับชมได้ในตัวอย่างภาพยนตร์)

แนวคิดสำคัญของเรื่องต้องการสื่อถึงมิตรภาพในมหาวิทยาลัย ที่แม้จะต่างคนต่างที่มาแต่เมื่อยอมรับเป็นเพื่อนกันแล้วย่อมสมควรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกัน เรื่องไหนดีก็ต้องสนับสนุน เรื่องไหนไม่ดีก็ต้องเตือนสติ และประคับประคองให้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน ดังคำกล่าวที่ว่า “เรียนมาด้วยกัน ก็ต้องจบไปด้วยกัน”