รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก

รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก
รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก

รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก

รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบในรสชาติแห่งสุรา หากแต่ข้าพเจ้าชมชอบในบรรยากาศแห่งการร่ำสุรา” ปีศาจสุรา โกวเล้ง เอ่ยถ้อยคำอมตะไว้ประดับโลกแบบนั้น ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับผู้คนในภาพยนตร์ รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก เรื่องนี้่ไปสักเท่าไหร่เลย

เรื่องเมาๆใน รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก เริ่มทีี่ “ไฟเลี้ยว” สาวนักศึกษาไลฟ์สไตล์รักสนุก คบหากับชายใดก็ไม่ผูกมัดให้เสียเวลา จนวันหนึ่งเกิดไปสปาร์คเข้าอย่างจังกับ “บั๊กโจ้” หนุ่มตี๋หน้ามึน สุดยียวนกวนบาทา ทั้งสองคล้ายจะคบกันขำๆ ดังในนิยาม เราเป็นแฟนกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน พร้อมกับที่หนุ่มโจ้ เปิดร้านเหล้าเป็นของตัวเอง

และเปิดวงกับก๊วนพี่ๆ เพื่อนๆ อยู่เป็นกิจวัตร แต่มันจะมีจริงหรือกับความรักที่ไม่ต้องผูกพัน เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อนร่วมวงเมาเหล้าฉันใด เลี้ยวและโจ้ ก็กำลังสับสนเมารักของตัวเองอยู่ฉันนั้น

แม้โดยส่วนตัวผู้เขียนจะไม่ได้โปรดปรานรสชาติสุรา เหมือนดังที่โกวเล้งว่าไว้ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าบรรยกาศของเพื่อนๆ ในวงนั้นมันช่างสนุกเสียจริง ซึ่งนั่นคือภาพใหญ่ที่เราเห็นได้ชัดที่สุดใน รักหมดแก้ว ที่เอะอะก็ชนแก้ว

พูดคุยจิกกัดเสียงดัง และประเคนมุขฮาๆรั่วๆ ใส่กัน แบบไม่ต้องแคร์เหตุผลใดในสากลโลก ทำให้ความเป็นคอมเมดี้ถูกชูขึ้นมาเป็นอันดับแรก และสามารถหัวเราะเพลิดเพลินไปกับมุข ที่บ้างก็ไร้สาระ บ้างก็ปรัชญาแบบอารมณ์ล้วนๆ ให้ผู้ชมได้ขยับเหงือกกันอย่างสบายอารมณ์

หากไม่อินังขังขอบกับการไม่ทำงานทำการ วันๆเอาแต่ร่ำสุรา ของบรรดาเพื่อนร่วมวงที่ออกจะแฟนตาซีไปสักหน่อยแล้วล่ะก็ ทั้ง พี่อุ๊ พี่แมน พี่โบ้ พี่นุ ไอ้เจ็ต และญาญ่า ต่างก็เป็นตัวแทนที่ถ่ายทอดบุคลิกที่หลากหลาย มั่นใจในเรื่องไม่เข้าท่า ของคนในวงเหล้าจริงๆ ได้เป็นอย่างดี จนเชื่อว่าคุณผู้ชมที่เคยผ่านประสบการณ์ทำนองนี้มาแล้ว ย่อมต้องนึกถึงเพื่อนคนใดคนหนึ่งที่ซ้อนทับกับตัวละครเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

“มุขตลกระดับวอดก้า ดราม่าระดับเหล้าขาว”

แม้ฉากที่เคลือบมุขตลกชวนขำของ รักหมดแก้ว จะอยู่ในระดับวอดก้า แต่ประเด็นความสัมพันธ์ รักที่ไม่ต้องพันผูก รวมไปถึงอนาคตมั่นคงที่ต้องพัฒนามาจากความรักฉาบฉวย อันเป็นตัวดำเนินเรื่องนั้น กลับอยู่ในระดับเหล้าขาว

เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นอาจทำให้วงเหล้าวงนี้ดูกร่อยๆ ไปบ้าง เหมือนฟังคนโดนมอมเหล้า พรั่งพรูระบายความในใจ เล่าวนไปวนมาแบบไปไม่ถึงไหนเสียที ยังดีที่ได้จุดพลิกผันในส่วนของ พี่อุ๊ มาช่วยประคองและพัฒนาเรื่องให้ดำเนินต่อไปได้ แต่นั่นก็อาจมาช้าเกินไป จนคนที่โดนมอมนั้น เริ่มสร่างเมา และลืมสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปแล้วเสียฉิบ